หลังคาชิงเกิ้ลแบบชั้นเดียวจะมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก และเป็นตัวเลือกที่ประหยัดต้นทุนที่สุด รวมทั้งการติดตั้งที่ง่าย หลังคาแบบชั้นเดียวนั้นมีสีให้เลือกสรรค์มากกว่า 100 รูปแบบเพื่อการออกแบบให้เข้ากับตัวบ้าน ชิงเกิ้ลแบบชั้นเดียวก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกเมื่อต้องการสร้างหลังคาให้กับบ้านเช่า

 

2. Architectural Roof Shingles

มีชื่อเรียกอื่นอย่างว่าชิงเกิ้ลแผ่น  หรือชิงเกิ้ลนูน โดยปกติแล้วหลังคาชิงเกิ้ล 2 ชั้นจะมีอายุการใช้งานยืนยาวกว่าชิงเกิ้ลที่ทำจากยางมะตอย อย่างน้อย 30 ปี ขึ้นอยู่กับความหนาชั้นของชิงเกิ้ล หลังคาประเภทนี้ใช้ได้ดีในการปกปิดความไม่เรียบร้อยของหลังคา และดูเป็นรูปธรรมกว่าการสร้างด้วยชิงเกิ้ลชั้นเดียว ชิงเกิ้ลประเภทนี้จะแตกยากกว่า และจะเริ่มงอตัวตามความร้อนและระยะเวลา

 

3. ชิงเกิ้ลยางมะตอยไฟเบอร์

 

ชิงเกิ้ลยางมะตอยไฟเบอร์จะมีราคาที่สูงกว่าชิงเกิ้ลยางมะตอยชั้นเดียวเล็กน้อย ในการติดตั้งอาจมีต้นทุนอยู่ที่ 90,000 ถึง 200,000 บาท ชิงเกิ้ลประเภทนี้จะมีฐานเป็นแผ่นไฟเบอร์ และในแต่ละชั้นจะเคลือบด้วยสารกันน้ำ ไม่เพียงแต่สามารถทนต่อความร้อนและแสงยูวีได้เท่านั้น แต่ยังมีน้ำหนักเบา และทนทาน มีระยะการใช้งานที่ดีกว่าหากเปรียบเทียบกับชิงเกิ้ลยางมะตอยประเภทอื่น

 

4. ชิงเกิ้ลยางมะตอยออร์แกนิก

 

ชิงเกิ้ลประเภทนี้ทำมาจากเศษไม้ ลังกระดาษหรือกระดาษรีไซเคิลที่ชุบยางมะตอย เพื่อทำให้ชิงเกิ้ลประเภทนี้สามารถทนทานต่อ น้ำ-สภาพอากาศได้ วัสดุที่ออร์แกนิกที่ชุบด้วยยางมะตอย จะถูกเคลือบด้วยชั้นยางมะตอยอย่างหนา และตามด้วยการเคลือบแก้ว ถึงแม้จะมีอายุการใช้งานน้อยกว่าไฟเบอร์ แต่ชิงเกิ้ลยางมะตอยออร์แกนิกก็มีราคาที่ต่ำกว่า และเป็นที่แนะนำของช่างก่อสร้างด้วยความมีเอกลักษณ์ในตัว

 

5. หลังคาชิงเกิ้ลกระเบื้อง

 

นี้คือประเภทที่มีราคาแพง และเป็นชิงเกิ้ลที่ทนทานที่สุด ด้วยราคาที่เริ่มตั้งแต่ 9,000 - 20,000 บาทโดยเฉลี่ย พร้อมกับราคาที่ติดตั้งที่ค่อนข้างสูง ชิงเกิ้ลประเภทนี้จะมีอายุการใช้งานสูงถึง 80 ปี หรือมากกว่า ทำให้คุณสามารถลดต้นทุนในการบำรุงรักษาได้ เพราะไม่จำเป็นต้องซ่อมแซมบ่อย ๆ ช่วยให้มีเงินเก็บไว้ในระยะยาว

 

6. หลังคาชิงเกิ้ลไม้

เป็นเพราะรูปลักษณ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้เจ้าบ้านส่วนใหญ่รู้สึกว่าชิงเกิ้ลไม้ มีความโดดเด่นมากกว่าชิงเกิ้ลประเภทอื่น ชิงเกิ้ลไม้สร้างมาจากไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี และมีราคามากกว่ายางมะตอย ราคาจะเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 20,000 บาทโดยเฉลี่ย ซึ่งชิงเกิ้ลประเภทนี้จะมีอายุอย่างน้อย 30 ปี และอาจถึง 50 ปีหากได้รับการติดตั้งที่ดี

 

7. หลังคาชิงเกิ้ลหินชนวน

 

สร้างจากก้อนหินจากธรรมชาติที่ถูกคัดสรรค์ ชิงเกิ้ลหินชนวนจึงมีคุณสมบัติในการกันน้ำ กันไฟ และทนทานอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยความแข็งแกร่งนี้ ทำให้มันมีอายุการใช้งานมากถึง 50 ปี และอาจมีการรั่วซึมได้ในช่วงปลายอายุ แต่ยังไงก็ตาม มันมีราคาที่สูง และใช้งบประมาณสูงเกินไปสำหรับผู้รับเหมา โดยมีราคาโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 6,000 ถึง 18,000 บาท

 

8. หลังคาชิงเกิ้ลชีดาร์

 

ชิงเกิ้ลชีดาร์จะผ่านกระบวนการผลิตที่ทำให้มีความเรียบ เรียว ลักษณะคล้ายชิงเกิ้ลไม้ หรือลักษณะที่ดูคล้ายกระท่อมไม้ บ้านที่มีหลังคาไม้ชีดาร์จะมีมูลค่าที่สูงกว่าบ้านที่ใช้ชิงเกิ้ลยางมะตอย หลังคาชิงเกิ้ลชีดาร์นั้นมักใช้ในส่วนสไลด์ตรงมุมหลังคา หรือส่วนอื่น ๆ ของตัวบ้าน

 

9. หลังคากระเบื้องคอนกรีต

หลังคากระเบื่องคอนกรีตสร้างมาจากการผสมปูนซีเมนต์ปอร์ตแลน ทราย และน้ำ จากนั้นจะถูกนำไปปั้นเพื่อให้มีรูปทรงและความหนาที่ต้องการ กระเบื้องประเภทนี้มีความแข็งแรงสูง และทนทาน ทั้งยังทนต่อไฟ ลม เศษดินและความร้อน แต่ยังไงก็ตาม คุณควรมั่นใจก่อนว่าพื้นระเบียงหลังคาสามารถรองรับโครงสร้าง และรับน้ำหนักที่จำเป็นในการใช้หลังคากระเบื้องนี้ได้

 

10. ชิงเกิ้ลดินเผา

 

ชิงเกิ้ลดินเผาจะมีสีตามธรรมชาติ และโดยทั่วไปมักจะมีสีน้ำตาลส้ม แต่ก็สร้างสามารถปรับแต่งรูปลักษณ์หรือสีได้โดยการผสมสีย้อม หรือแร่ธาตุต่าง ๆ เข้ากับดินเผา หลังคาดินเผาที่มีคุณภาพสูงจะถูกทำด้วยมือ และสามารถอยู่ได้ยืนยาวหลายยุคสมัย

 

11. หลังคาชิงเกิ้ลแบบเย็น

 

เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค เทคโนโลยีหลังคาแบบเย็นจะประกอบไปด้วยหลังคาชิงเกิ้ลแบบพิเศษ ออกแบบมาเพื่อให้สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ และลดความร้อนที่ส่งผ่านเข้าไปภายในอาคารได้มากกว่าชิงเกิ้ลทั่วไป ชิงเกิ้ลแบบประหยัดพลังงานนี้สามารถลดค่าไฟที่เกิดจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้ ดังนั้น มันจึงช่วยลดค่าไฟ และเพิ่มความสบายให้กับบ้านของคุณ

 

12. หลังคาชิงเกิ้ลทองแดง

 

เพราะมันสามารถอยู่ได้มากกว่าหลายร้อยปี ทำให้ชิงเกิ้ลทองแดงนั้นถูกพบได้บ่อย ๆ ในสิ่งก่อสร้างประวัติศาสตร์ หรือบ้านที่เจ้าบ้านต้องการให้บ้านดูมีอายุมาก หลังคาประเภทนี้มีน้ำหนักเบามาก และแทบไม่ต้องทำการซ่อมบำรุง หรือการซ่อมแซมใด ๆ ก็ยังดูดีได้อย่างไม่มีที่ติ

 

13. หลังคาชิงเกิ้ลผสม

 

บางครั้งอาจเรียกว่ากระเบื้องสังเคราะห์ หรือหลังคาชิงเกิ้ลสังเคราะห์ ชิงเกิ้ลผสมคืออีกหนึ่งทางเลือกเพื่อใช้วัสดุธรรมชาติในการสร้างหลังคา ที่มีราคาไม่สูง และง่ายต่อการบำรุงรักษา ชิงเกิ้ลประเภทนี้จะถูกสร้างจากส่วนประกอบหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโพลีเมอร์พลาสติก ไฟเบอร์ เรซิน และสีย้อมเพื่อสร้างชิงเกิ้ลที่ทนทาน และมีอายุยืนยาว 

 

14. หลังคาชิงเกิ้ลยาง

 

ชิงเกิ้ลยางนั้นถูกสร้างมาเพื่อจำลองไม้ผิวเรียบ กระเบื้องชนวนหิน และชิงเกิ้ลยางมะตอย ทำมาจากการรีไซเคิลยาง หลังคาชิงเกิ้ลยางมีความทนทานต่อเศษหินสูงมาก และสามารถอดทนต่อเศษหินที่มีขนาดถึง 2 นิ้วหรือมากกว่าได้ —ทำให้มีตัวเลือกในการใช้วัสดุหลังคาที่ยั่งยืนเพิ่มมากขึ้น

 

15. หลังคาชิงเกิ้ลโซลาร์

เช่นเดียวกันกับแผ่นโซลาร์เซลล์บนหลังคา ชิงเกิ้ลโซลาร์คือแผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาดบาง ที่ออกแบบให้ดูเหมือนกับชิงเกิ้ลทั่วไป มันช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าให้กับบ้านของคุณ โดยวัสดุที่ใช้ในชิงเกิ้ลโซลาร์ยังสามารถทนทานต่อการกระแทกของเศษหิน และลมแรงได้อย่างดีเยี่ยม

 

16. หลังคาชิงเกิ้ลเหล็ก

 

คุณจะสามารถเลือกรูปแบบใดก็ได้ตามต้องการจากหลังคาชิงเกิ้ลที่สร้างด้วยเหล็ก โดยรูปแบบทั่วไปของระบบงานหลังคาเหล็กคือหลังคาแบบลอนแนวตั้ง ประกอบด้วยเหล็กแผ่นหรือแผงสักกะสี จะมีลักษณะโครงที่นูนขึ้นตรงระหว่างกลาง ในแต่ละช่วงของแผงเหล็กที่นูนขึ้นและลงแนวเดียวกับหลังคา

แหล่งที่มา

https://www.homestratosphere.com/types-roof-shingles

https://www.918construction.com/types-of-roof-shingles

 

13-14-roofjp_com_PONGSIRITK

Shingle Roof,Asphalt Shingle Roof,Roof Slope,Shingle Roof Price,Shingle Tiles,Roofing Asphalt

หลังคาชิงเกิ้ลทั้ง 16 ประเภท: ข้อดี ข้อเสีย และต้นทุนในประเทศไทย​

เมื่อพูดถึงการสร้างบ้าน การใช้ชิงเกิ้ลคุณภาพดี จะช่วยเป็นฉนวนปกคลุมบ้านของคุณต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างดีเยี่ยม ชิงเกิ้ลมักมีราคาที่ต่ำกว่าวัสดุหลังคาประเภทอื่น เช่นโลหะ และยังมีตัวเลือกการออกแบบมากมายให้เลือกสรรค์

 

ชิงเกิ้ลมีหลากหลายประเภท และการคำนึงถึงข้อดีและข้อเสียในการเลือกประเภทก็เป็นสิ่งสำคัญในการออกแบบหลังคา

 

1. หลังคาชิงเกิ้ลแบบชั้นเดียว

Menu